อัพก่อนดองต่อยาวๆ
posted on 26 Jul 2009 18:45 by eze-ir
ช่วงนี้ก็มีสอบเยอะ คงจะดองแบบเดิมไปอีกนานหละ(ไร้ความรับผิดชอบสุดๆ)
เอามิสะ ไปดูเล่นแก้เซ็งไอ้จขบ.ก่อนละกันเนอะๆ(รูปสมัยแทปเล็ตยังไม่เจ๊ง - -*)
ช่วงนี้ก็มีสอบเยอะ คงจะดองแบบเดิมไปอีกนานหละ(ไร้ความรับผิดชอบสุดๆ)
เอามิสะ ไปดูเล่นแก้เซ็งไอ้จขบ.ก่อนละกันเนอะๆ(รูปสมัยแทปเล็ตยังไม่เจ๊ง - -*)
ยังกับเด็กเป็นหนูลองยาอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวก็บอกระบบนั้นไม่ดี ระบบนี้ก็ไม่ได้
ตอนที่พวกผู้ใหญ่มัวแต่คิดหาวิธีจะกินเงินเด็กใหม่ๆเรื่อยๆ
พวกคุณๆคิดกันมั่งไหมว่าคนที่ซวยคือใครถ้าไม่ใช่เด็กๆที่ไปนั่งๆๆๆๆ สอบกันอยู่เนี่ย
แทนที่พวกคุณจะเอาแต่เปลี่ยนระบบ ทดลองไปเรื่อยๆพวกคุณน่าจะหาวิธีที่คิดว่าดีที่สุด
แล้วจึงเปลี่ยนเถอะแถมระบบที่พวกคุณเอามาให้เด็กใช้อยู่เนี่ยยังเปลืองเงินอีกสุดๆไปเลย(เปลืองค่าเดินทางที่ต้องเดินทางไปสอบด้วย)
เด็กได้อะไรจากGAT-PAT
จากระบบที่กล่าวมาเราๆได้อะไรกันบ้างขอแยกย่อยเป็นข้อๆ
1. ความเครียด เด็กๆต้องมานั่งสอบตลอดทั้งปี!!
คุณคิดว่ามันสนุกกันหรือเปล่าล่ะกับการที่มานั่งสอบๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ทั้งปี!!
การสอบเพียงครั้งเดียวในแบบเก่ากับการสอบตลอดทั้งปี
ลองเทียบกันเอาว่าอันไหนจะเครียดกว่ากัน
2. ความไม่พร้อม ข้อสอบPAT ที่ออกมา เป็นข้อสอบที่รวมความรู้ตั้งแต่ ม.4- ม.6
แต่ให้เด็กที่เรียนยังไม่ทันจบไปนั่งทำ มันจะทำได้ครบหรือเปล่าล่ะ
ช่วงการสอบก็เอามาอยู่ตอนที่ยังเรียนไม่จบครบดีทั้งนั้น เดือนมีนาคม กรกฎาคม
และตุลาคม ถึงไปก็ไปนั่งมั่วอยู่ดี สอบวัดดวงกันหรือไงฟระ
3.เสียเงินแพง! ในการสอบGATและPAT ต้องเสียเงินเป็นจำนวน 200 บาทต่อ 1 วิชา
แถมยังบังคับให้ลง3ครั้งรวดอีก ตัวผู้เขียนเสียเงินไปทั้งสิ้น 3000
[เพื่อนๆผู้เขียนเองก็เสียเงินเป็นจำนวนเท่านี้กันหลายคนมาก]
บางคนยังไม่รู้จะเรียนอะไรก็ต้องลงเยอะๆไว้ก่อนเสียเงินแพงสาเหตุของความเครียดตามข้อ1อีกที
โยงกัน - -*
4. นิสัย“ผลัด” “เอ๊อ... ยังมีสอบอีกตั้ง2ครั้ง ยังไม่อ่านดีกว่า....”
น่าจะมีหลายๆคนที่คิดแบบนี้ [เอ๊อ... ยอมรับก็ได้ว่าเราก็คิด ผิดไปแล้ว..]
การที่ยังมีของเผื่อ
มักจะทำให้เราๆคิดกันแบบนี้เสมอแหละน่าอย่างน้อยก็เราคนนึงหละนะ
มันก็เหมือนๆกับการที่เราคิดว่า “ครั้งหน้ายังมี ยังไม่ต้องคิดมากหรอกน่า”
แต่ถ้าทำไปเรื่อยๆจนครั้งสุดท้าย จะกลายเป็น “ปีหน้ายังมี” ก็ได้นะ
5. เบื่อการสอบ สอบมากๆ ไม่เบื่อกันหรือไงเล่า!! คงไม่ต้องอธิบายอะไรในข้อนี้
ขอเอาข้อ 3 มาขยายซักหน่อย จะว่าคนเขียนมันงกก็ได้
ไอ้วิชาที่มันต้องสอบทุกคนคือ GAT ทำไมทางผู้จัดการสอบไม่ให้ฟรีไปเลยล่ะ
ยังไงก็ต้องใช้กันทุกคนลองเอาจำนวนเงินค่าวิชา x จำนวนผู้สอบ x จำนวนครั้ง
จะได้ 200 x 224,199 x 3 = 134,519,400 โอ้โห!! ไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยนะเนี่ย
ให้ฟรีก็ขาดทุนแย่สิคะ(ทุนไรฟระ กระดาษเหรอ)
อยากรู้จังว่าต้นทุนจริงจะซักเท่าไหร่
แต่ถ้าลองคิดดูจากจำนวนเงินรวมทุกวิชาจากเด็กทั้งหมดโดยทดลองนำข้อมูลจากเด็ก
5 คน (หากินกับเพื่อนซะงั้น) มาทำคร่าวๆจะได้เป็น (3000+3000+2400+2200+2200)/5 x
224,199 = 573,949,440 แม่เจ้า ค่าเข้าไปกาๆข้อสอบ+ให้ครูๆมาคุม +
เอากระดาษไปลงเครื่องแพงชะมัด ถึงหักค่าGATออกไปยังเหลือ 573,949,440 –
134,519,400 = 439,430,040 ก็ยังเยอะอยู่ดีนั่นแหละ สรุปคือ
ต้องสอบทุกคนน่าจะตัดๆไม่ต้องคิดตังไป 600บาทต่อคนแน่ะ
คุณแม่ไม่ต้องจ่ายค่าGATยังเอาไปซื้อกับข้าวมาทำให้ที่บ้านกินได้ตั้งหลายวันอยู่นะ
(ตัวเลขจำนวน 224,199 อ้างอิงจาก : http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=126735)
คืนคำ หรอ..
จากข่าววันที่ 5 ก.ย. 51 เจ๊อุทุมพอน(ละไว้ ในฐานที่เข้าใจ)แกแจงว่า
“….นักเรียนจะต้องรู้จักวางแผนการสอบของตนเองให้ดี โดยวางแผนว่าจะสอบ GAT
ในครั้งที่เท่าใด หรือ สอบ PAT ในครั้งที่เท่าใด
ซึ่งนักเรียนไม่จำเป็นต้องสมัครสอบทั้งหมดทุกครั้ง
แต่ก็เชื่อว่าคงจะมีเด็กบางคนที่มีฐานะดีหว่านสมัครสอบทุกวิชาทุกครั้ง ทั้งนี้การที่
สทศ.ให้สมัครล่วงหน้าทั้ง 3 ครั้ง เพื่อที่ สทศ.จะได้ทราบว่าเด็กอยู่ที่ใดบ้าง
เพื่อจัดเตรียมสถานที่สอบได้ถูกต้อง และจะไม่มีการสมัครอีกในปี 2552….”
(
อ่านเต็มๆที่ : http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=103085 )
แต่!!
สทศ. เปิดรับสมัครสอบ GAT / PAT เพิ่มอีก 1 รอบ << จิ้มสิจ๊ะ จะได้เห็น
สำหรับคนที่ไม่อยากจิ้ม เรายกรูปมาให้ดูเลยละกัน
จู่ๆกลับมีแบบนี้มา เฮ้อ .. ไอ้เราก็เสียตังไปแล้ว รู้งี้น่าจะมาลงรอบนี้ดีกว่าเนอะ
พอรู้ว่าจะลงอะไรมากกว่าครั้งนั้นอีก เหอๆๆ ไหนว่าไม่มีการสมัครในปี 2552 ไงฟระ-*-
อีกนิดจะจบแล้ว เราอ่านข่าวนสพ.ไทยรัฐ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552 ขึ้น
13 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด หน้า 15 คอลัมน์ 3 ย่อหน้าแรก
( หรือในเว็บ : http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=126735 )เจอกับ
“ที่น่าสังเกตคือ มีนักเรียนจำนวน 47 คน สมัครสอบแบบทดสอบความถนัดทั่วไป
และแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ ซึ่งในปีนี้ สทศ.เปิดสอบ 3 ครั้ง ก็ได้สมัครสอบทั้ง 3 ครั้งและทุกวิชา
เสียค่าใช้จ่ายรวม 4,800 บาท ซึ่งผู้ปกครองไม่สามารถคัดค้านเด็กได้
หรือบางส่วนก็สนับสนุนให้ลูกหลานสมัครเผื่อทุกครั้ง แสดงให้เห็นว่าทั้งเด็กและผู้ปกครองคิดไม่เป็น และพบว่า นักเรียน
ม. 5 จำนวนมากสมัครสอบแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ ซึ่งเป็นการสอบความรู้ระดับชั้น ม.6
ทำให้โรงเรียนต้องเร่งสอนให้จบบทเรียน หรือเด็กไปเรียนกวดวิชามากขึ้น ซึ่ง สทศ.คาดไม่ถึงว่าเด็กจะบ้าระห่ำได้ขนาดนี้”
นางอุทุมพรกล่าว และว่าจะเตรียมเสนอ ทปอ.
อาจขอให้มีการจำกัดอายุผู้เข้าสอบแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ โดยให้เป็นนักเรียน ม.6
ทั้งควรจำกัดจำนวนครั้งในการสอบเหลือ 1-2 ครั้งต่อปี เป็นต้น
คิดไม่เป็น - เออ เอาเข้าไป ด่าเราอีกอยู่ม.5ใครจะไม่สมัครสอบทั้ง3ครั้งมั่งถามหน่อย
ความรู้ ม.6 –
แล้วเอามาให้กูสอบทำไมล่ะ ยังไม่ทันเรียน
ม.6 เลย
คาดไม่ถึงว่าเด็กจะบ้าระห่ำได้ขนาดนี้ – คาดไม่ถึงว่าคุณจะพูดขนาดนี้ด้วย เช่นกัน

ใครคิดจะเข้ามาบล็อกเราแล้วได้อ่านสั้นๆแป๊บเดียวจบคาดไม่ถึงกันล่ะสิ
ทุบไหดองทีกระจุยกระจาย อัพยาวที่สุดเท่าที่เคยอัพมาเลยทีเดียวเชียว 55
ข้อความในบล็อกนี้เป็นเพียงความคิดส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น
(แต่มีข้อมูลยืนยันนะเออ)
edit @ 11 Mar 2009 13:43:43 by eze-ir
edit @ 11 Mar 2009 14:17:47 by eze-ir
เผยแพร่ได้จ้ะแต่ขอเครติดด้วยเน่อ
edit @ 8 Oct 2009 14:51:12 by eze-ir